คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับรีเจลและภาวะช่องคลอดแห้ง

Q: “ภาวะช่องคลอดแห้ง” เป็นอย่างไร?

A: ช่องคลอดแห้ง หรือ Vaginal Dryness เป็นอาการหรือภาวะภายในช่องคลอดขาดเมือกหล่อลื่นหรือ มีน้อยลงกว่าปกติทำให้เยื่อบุช่องคลอดขาดความชุ่มชื่นจนเกิดความแห้งกร้านและอาจก่อให้เกิดอาการเจ็บขึ้นได้ซึ่งเป็นอาการทั่วไปของวัยทองแต่ก็สามารถพบได้ในผู้หญิงทุกวัย

Q: อะไรคือสาเหตุของภาวะช่องคลอดแห้ง?

A: ภาวะช่องคลอดแห้ง เกิดจากการลดลงหรือขาดความชุ่มชื้นในช่องคลอดตามธรรมชาติ เนื่องจากการผลิตฮอร์โมนเอสโตรเจนในรังไข่ลดลง โดยปกติจะพบในสตรีช่วงที่เข้าสู่ภาวะวัยทอง หรือหลังภาวะวัยทอง

Q: อะไรคือสาเหตุของภาวะช่องคลอดแห้ง?

A: ภาวะช่องคลอดแห้ง เกิดจากการลดลงหรือขาดความชุ่มชื้นในช่องคลอดตามธรรมชาติ เนื่องจากการผลิตฮอร์โมนเอสโตรเจนในรังไข่ลดลง โดยปกติจะพบในสตรีช่วงที่เข้าสู่ภาวะวัยทอง หรือหลังภาวะวัยทอง

Q: อาการอะไรที่บ่งบอกว่าเป็นภาวะช่องคลอดแห้ง?

A: – มีอาการแสบขณะปัสสาวะ
   – รู้สึกเจ็บเวลามีเพศสัมพันธ์
   – มีอาการคัน ระคายเคือง และแสบร้อนบริเวณช่องคลอด

Q: ถ้าเป็นสาวโสดที่ยังไม่ได้แต่งงาน ไม่เคยมีอะไรกุ๊กกิ๊กกับแฟน จะมวีธีสังเกตตัวเองได้อย่างไรว่าเราน่าจะเป็นภาวะช่องคลอดแห้ง?

A: สาวโสดสังเกตอาการตัวเองได้ง่ายมากคือ เวลาปัสสาวะจะมีอาการแสบในช่องคลอด และอาจปัสสาวะบ่อยกว่าปกติ มีตกขาวร่วมด้วยเล็กน้อย สาวๆ บางคนสามารถสังเกตได้หลังจากมีประจำเดือนวันท้ายๆ ก็จะเกิดอาการแสบภายในช่องคลอด

Q: ผลกระทบปัญหาที่ตามมาจากภาวะช่องคลอดแห้งคือ?

A: – ความต้องการทางเพศลดลง และถึงจุดสุดยอดได้ยากขึ้น
    – สร้างความรำคาญเรื้อรัง รู้สึกไม่สบายตัว อารมณ์หงุดหงิดง่าย เครียด
    – เยื่อบุผนังช่องคลอดบางลง ขาดความยืดหยุ่น และอาจมีเลือดออกหลังการมีเพศสัมพันธ์
     -ช่องคลอดเกิดการอักเสบ และติดเชื้อได้ง่าย เป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดมะเร็งปากมดลูก
     – มีผลกระทบต่อชีวิตคู่ ท าให้เกิดปัญหาครอบครัว

Q: เรำสำมำรถป้องกันภำวะช่องคลอดแห้งได้อย่ำงไร?

A: – รับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยสารอาหารที่ครบถ้วน ดื่มน้ำาให้เพียงพอในแต่ละวัน โดยอาจเน้นอาหารบางประเภทที่มีผลดีต่อบริเวณช่องคลอด เช่น โยเกิร์ต ที่อาจช่วยป้องกันการติดเชื้อรา หรือ ผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลืองที่มีส่วนประกอบเป็นฮอร์โมนเอสโตรเจนเล็กน้อย ซึ่งอาจจะช่วยเป็นสารหล่อลื่นตามธรรมชาติได้
– หลีกเลี่ยงการใช้ถุงยางอนามัยที่มีส่วนประกอบของสารโนน๊อกซินอล 9 (Nonoyxnol-9: N-9) ซึ่งอาจเพิ่งความเสี่ยงให้เกิดอาการช่องคลอดแห้งได้
– ควรหลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของน้ำหอมหรือสารเคมีบริเวณอวัยวะเพศ รวมไปถึงการสวนล้างช่องคลอดบ่อย ๆ ซึ่งจะทำให้อาการแย่ลง เนื่องจากอาจทำให้สภาพความเป็นกรดด่างภายในช่องคลอดเสียสมดุลไป
– ทำจิตใจให้แจ่มใสพร้อมรับความเปลี่ยนแปลง พยายามไม่เครียด

Q: มีวิธีการดูแลรักษาภาวะช่องคลอดแห้งอย่างไร?

A: ภาวะช่องคลอดแห้งสามารถรักษาได้หลายวิธีโดยต้องพิจารณาสาเหตุการเกิดเป็นหลัก โดยวิธีการรักษาหลักที่นิยมใช้และช่วยบรรเทาอาการให้ดีขึ้นมีดังนี้
– ยาฮอร์โมนเฉพาะที่ เป็นยาที่ใช้สำหรับทาบริเวณช่องคลอดโดยตรงในรูปแบบยาทา หรือยาเม็ดสอดในช่องคลอด โดยกลไกการออกฤทธิ์ของยาจะปล่อยเอสโตรเจนออกมาในบริเวณช่องคลอดทำให้เยื่อบุบริเวณช่องคลอดชุ่มชื้นขึ้น
– การให้ฮอร์โมนทดแทน (Hormone Replacement Therapy: HRT) เป็นตัวยากลุ่มฮอร์โมนสำหรับรักษาผู้ที่มีภาวะช่องคลอดแห้งเนื่องมาจากการหมดประจำเดือน โดยเป็นยาฮอร์โมนที่ออกฤทธิ์ทั่วร่างกาย จึงสามารถช่วยรักษาอาการอื่นของวัยทองอื่นด้วยได้ เช่น ภาวะร้อนวูบวาบ อารมณ์หงุดหงิด ส่วนใหญ่เป็นยามีทั้งรูปแบบยาเม็ดรับประทาน ยานี้อาจมีความเสี่ยงในการใช้ยาเกิดขึ้นได้จึงควรมีการปรึกษากับแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญถึงผลเสียและผลดีของการใช้ยา
– การใช้สารเพิ่มความชุ่มชื้น ในรูปแบบเจล ผลิตภัณฑ์ล่าสุด ส าหรับใช้ภายในช่องคลอดโดยเฉพาะที่ไม่มีส่วนผสมของฮอร์โมน เพื่อสร้างความชุ่มชื้นให้แก่ช่องคลอดอย่างใกล้เคียงธรรมชาติช่วยในสุขภาวะและความสบายช่องคลอด ด้วยความเป็นกรดที่เหมาะสม ใช้เพียงครั้งเดียวแต่ตัวเจลจะออกฤทธิ์ได้นาน 3 วันจึงช่วยบรรเทาอาการได้ดีกว่าการใช้สารหล่อลื่น ควรเลือกใช้เจลที่เป็นสูตรน้ำซึ่งจะไม่ทำปฏิกิริยากับถุงยางอนามัย และไม่สร้างความระคายเคืองให้กับช่องคลอด

Q: เมื่อช่องคลอดแห้งยังมีเพศสัมพันธ์ได้ไหม? ควรดูแลอย่างไรในการมีเพศสัมพันธ์?

A: สามารถมีเพศสัมพันธ์ได้ หากมีอาการช่องคลอดแห้ง และเกิดอาการปวดแสบปวดร้อนช่องคลอดจนรบกวนชีวิตประจำวัน มีปัญหาในการมีเพศสัมพันธ์ ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้ให้เป็นไปตามธรรมชาติ หรือ ปล่อยชีวิตให้ได้รับความทุกข์ทรมานจนเกิดปัญหาครอบครัวตามมา ควรปรึกษาสูตินรีแพทย์ที่สามารถจะให้คำปรึกษาหรือให้การรักษาได้อย่างถูกต้อง เริ่มจากการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ใช้รักษาภาวะช่องคลอดแห้งที่ไม่ใช่ฮอร์โมน เพราะมีผลข้างเคียงที่น้อยกว่า ได้แก่ การใช้สารเพิ่มความชุ่มชื้นในรูปแบบเจลสำหรับใช้ภายในช่องคลอดโดยเฉพาะ ที่ไม่มีส่วนผสมของฮอร์โมน เพื่อสร้างความชุ่มชื้นให้แก่ช่องคลอดอย่างใกล้เคียงธรรมชาติช่วยในสุขภาวะและความสบายช่องคลอด ด้วยความเป็นกรดที่เหมาะสม จะช่วยบรรเทาอาการได้ดีกว่าการใช้สารหล่อลื่น ควรเลือกใช้เจลที่เป็นสูตรน้ำซึ่งจะไม่ทำ
ปฏิกิริยากับถุงยางอนามัย และไม่สร้างความระคายเคืองให้กับช่องคลอด

Q: ส่วนประกอบสำคัญในรีเจลมีอะไรบ้าง และมีความปลอดภัยในการใช้ขนาดไหน?

A: รีเจลเป็นเจลสูตรน้ำที่มีส่วนประกอบสำคัญ คือ น้ำบริสุทธิ์ Ph.Eur. 78.82% w/w กลีเซอรอล น้ำมันแร่ โพลิคาร์โบฟิล ไขมันจากน้ำมันปาล์ม คาร์โบพอล 974P กรดซอร์บิก และไม่มีส่วนผสมของฮอร์โมน มีความปลอดภัยและอ่อนโยนต่อช่องคลอดมาก รีเจลยังมีผลการวิจัยที่เป็นที่ยอมรับ และได้รับการแนะนำให้ใช้รักษาภาวะช่องคลอดแห้งโดยสมาคมแพทย์ระดับสากล (IMS and NAMS)

Q: รีเจลใช้ควรใช้เวลาไหน?

A: รีเจลสามารถใช้ได้ในเวลาเช้า หรือก่อนนอน ทุกๆ 3 วัน การใช้1 ครั้ง เจลจะออกฤทธิ์ได้นาน 3 วัน จึงช่วยบรรเทาอาการได้ดีกว่าการใช้สารหล่อลื่น ด้วยส่วนประกอบของเจลที่เป็นสูตรน้ำซึ่งจะไม่ทำปฏิกิริยากับถุงยางอนามัย และไม่สร้างความระคายเคืองให้กับช่องคลอด ความถี่ในการใช้นั้นขึ้นอยู่กับสภาวะช่องคลอดแห้งของสาวๆ แต่ละคน ถ้าช่องคลอดแห้งมากอาจใช้ทุกวันในระยะแรก และเมื่อปรับสภาพความชุ่มชื้นภายในได้แล้ว สามารถปรับเว้นระยะห่างในการใช้รีเจลเองได้

Q: รีเจลมีวิธีการใช้อย่างไร?

A: – นอนราบ หรือนั่งชันเข่าก็ได้
    – บีบเจลออกมาเล็กน้อย แล้วป้ายบนปากบนหลอด และปากช่องคลอดเพื่อให้การสอดใส่เข้าไปในช่องคลอดนั้นง่ายขึ้น
   – สอดปากหลอดรีเจลเข้าไปในช่องคลอด ลึกประมาณ 1-1.5 นิ้ว ขึ้นอยู่กับสรีระของสาวๆแต่ละคน
  – บีบไล่เนื้อเจลจากปลายหลอดเข้าในช่องคลอดจนหมด
  – หลังจากนั้นนั่ง/นอน เพียง 5 นาที ก็สามารถลุกไปทำกิจวัตรประจำวันได้ตามปกติ
  -1 หลอด ใช้ได้ 1 ครั้ง หากใช้ไม่หมด ไม่ควรนำกลับมาใช้อีก

Q: รีเจลทำงานอย่างไร?

A: รีเจลช่วยบุผนังภายในช่องคลอด มอบความชุ่มชื้นแก่ช่องคลอดอย่างใกล้เคียงธรรมชาติหล่อลื่นและนุ่มกระชับ ด้วยกระบวนการเพิ่มความชุ่มชื้นถึง 3 ขั้น (TRIPLE ACTION)
ขั้นที่ 1 เนื้อเจลทำหน้าที่เป็นแผ่นฟิล์มเคลือบภายในผนังช่องคลอดสร้างความชุ่มชื้นทันทีที่ใช้
ขั้นที่ 2 เนื้อเจลปล่อยน้ำเข้าสู่ชั้นเนื้อเยื่อมอบความชุ่มชื้นและยืดหยุ่นอีกขั้น
ขั้นที่ 3 ช่วยผลัดเซลล์ผิวคงความชุ่มชื้น 3 วัน

Q: ใช้รีเจลเป็นระยะเวลาเท่าไหร่ถึงรู้สึกว่าน้องสาวเกิดการเปลี่ยนแปลง?

A: ให้สังเกตว่าภายในช่องคลอดมีความชุ่มชื้นขึ้น ยืดหยุ่นขึ้น อาการแสบ เจ็บช่องคลอดขณะมีเพศสัมพันธ์ลดลง และผู้หญิงจะรู้สึกสบายตัวในการใช้ชีวิตประจำวันมากขึ้น ซึ่งตามการศึกษาก็จะพบว่า อาการที่เกิดจากภาวะช่องคลอดแห้งก็จะดีขึ้น ภายใน 2 สัปดาห์

Q: ข้อแนะนำในการใช้รีเจล

A: ปกติช่องคลอดจะมีความเป็นด่าง แต่ในวัยหมดฮอร์โมนจะมีความเป็นด่างมากกว่าปกติ รีเจลจะมีคุณสมบัติเป็นกรดเพื่อเข้าไปปรับสมดุลภายในช่องคลอด ดังนั้นจึงจะรู้สึกแสบเมื่อใช้ช่วงแรกแนะนำให้ใช้รีเจลต่อเนื่องทุกวันประมาณ 1 สัปดาห์ เพื่อปรับสมดุลภายใน และอาการแสบจะลดลงหรือหายไปเอง แสดงถึงภาวะความสมดุลและชุ่มชื่นภายในช่องคลอดดีขึ้น แต่ก็ต้องดูแลต่อเนื่องอาจใช้วันเว้นวัน หรือเว้น2วัน เพื่อรักษาสมดุลภายใน